ข้อมูลทั่วไป
หน้าหลัก 
ประวัติความเป็นมา 
วิสัยทัศน์ พันธกิจฯ 
แผนยุทธศาสตร์ปี 2560 
ทีมบริหาร 
โครงสร้างองค์กร 
รายงานงบทดลองหน่วยเบิกจ่ายรายเดือน 
ข่าวสารประชาสัมพันธ์ 
ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง 
ประกาศราคากลางพัสดุ 
ข่าวสมัครงาน 
ภาพกิจกรรม 
ข้อมูลอัตรากำลังบุคลากร 
หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ 
แผนที่ตั้งรพ.สิงห์บุรี 
Webboard (แนะนำปรับปรุง) 
ศูนย์ข้อมูลข่าวสารอิเล็กทรอนิกส์โรงพยาบาลสิงห์บุรี 
งานบริการผู้ป่วยนอก
 
 
Link Web ภายในรพ.
 
 
โรงพยาบาลในจังหวัด
 
 
สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์
 
วันที่ 12 ธันวาคม 2560
เริ่มนับเมื่อวันที่ 12/05/2559
วันนี้  
วันก่อน  
เดือนนี้
เดือนก่อน
ปีนี้รวม
ไอพีคุณ : 54.196.182.102
 
ข่าวสารประชาสัมพันธ์
 
ค้นหา :     
หัวข้อข่าวที่ 36
สาระน่ารู้เกี่ยวกับภาวะตับอักเสบ

ตับ เป็นอวัยวะที่สำคัญมากอวัยวะหนึ่งของร่างกาย หน้าที่ของตับที่สำคัญมีมากมายหลายอย่าง เช่น หน้าที่เก็บสำรองอาหาร สร้างน้ำดี สังเคราะห์วิตามิน สังเคราะห์สารที่ทำให้เลือดแข็งตัว กำจัดสารพิษ และสิ่งแปลกปลอม เช่นเชื้อโรค หรือยา เป็นต้น

ตับอักเสบ เป็นภาวะที่มีการอักเสบของตับ จะทำให้เซลล์ตับถูกทำลาย และหากการอักเสบเกิดขึ้นเป็นเวลานานจะทำให้ตับถูกทำลายมาก และถูกแทนที่ด้วยพังผืด ทำให้ตับมีแผลเป็น และมีลักษณะแข็งเป็นตุ่มๆ อาจทำให้เป็นตับแข็ง และเป็นมะเร็งตับในระยะต่อมาได้ และเมื่อตับเกิดการอักเสบหรือเสียหาย มันอาจทำหน้าที่ได้ไม่ครบถ้วนและด้วยเหตุนี้จึงส่งผลต่อสุขภาพ

ตับอักเสบสามารถแบ่งได้เป็น 2 ชนิด คือ

  1. ตับอักเสบเฉียบพลัน ผู้ป่วยจะมีอาการที่พบได้บ่อย คือ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ คลื่นไส้อาเจียน เบื่ออาหาร ปวดท้องที่ตำแหน่งชายโครงด้านขวา บางรายปัสสาวะสีเข้ม ตัวเหลืองตาเหลือง
  2. ตับอักเสบเรื้อรัง ผู้ป่วยมักไม่มีอาการ แต่จะมีการทำลายเซลล์ตับไปเรื่อยๆจนเกิดตับแข็ง หรืออาจเป็นมะเร็งตับในที่สุด

สาเหตุ

สาเหตุของตับอักเสบที่พบบ่อยที่สุดสำหรับประเทศไทย ได้แก่ ตับอักเสบจากการติดเชื้อไวรัส นอกจากนั้นเกิดได้จากเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ยาบางชนิด เช่น ยารักษาวัณโรค เชื้อโรคบางชนิด เช่น ไทฟอยด์,มาลาเรีย เป็นต้น 

เชื้อไวรัสตับอักเสบ

เชื้อไวรัสตับอักเสบมีหลายชนิด ได้แก่ ไวรัสตับอักเสบชนิด A B C D และ E แต่ ละชนิดจะมีวิธีการติดต่อ และแพร่เชื้อที่แตกต่างกัน  ไวรัสตับอักเสบ A และ E สามารถแพร่เชื้อได้ทางอาหาร น้ำดื่ม ผัก ผลไม้ รวมถึงสัตว์น้ำจากแหล่งน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อ  ไวรัสตับอักเสบ B แพร่เชื้อทางเพศสัมพันธ์ ทางมารดาสู่ทารก ทางการได้รับเลือดและส่วนประกอบของเลือด การใช้ของมีคมร่วมกับผู้ที่ติดเชื้อ การสัก การเจาะหู การฝังเข็ม เป็นต้น  ส่วน ไวรัสตับอักเสบ C นั้น ติดต่อทางการได้รับเลือดและส่วนประกอบของเลือด การใช้ของมีคมร่วมกับผู้ที่ติดเชื้อได้ แต่จะไม่ติดต่อทางมารดาสู่ทารก และไวรัสตับอักเสบ D นั้นเป็นไวรัสไม่สมบูรณ์ ต้องใช้ไวรัสตับอักเสบบีร่วมด้วยถึงจะก่อโรคได้ ติดต่อทางการได้รับเลือดเช่นเดียวกัน

การวินิจฉัย

สามารถรู้ได้โดยการตรวจเลือด ดูการทำงานของตับ ตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบ A B C ตรวจดูโครงสร้างของตับ เช่นการอัลตราซาวด์ตับ เป็นต้น

การป้องกัน

การป้องกันสามารถทำได้โดยมีอนามัยส่วนบุคคล ส่วนรวมที่ดี เช่น การล้างมือให้สะอาดก่อนทำสิ่งใด หลังการขับถ่าย การประกอบอาหารถูกหลักอนามัย เลือกรับประทานอาหารที่สุก น้ำดื่มที่สะอาด เป็นต้น , หลีกเลี่ยงการรับ การสัมผัสเลือด น้ำเหลือง สิ่งคัดหลั่ง ของผู้อื่น ,ไม่ใช้ชองใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น , ไม่สำส่อนทางเพศ, ใช้ถุงยางอนามัย , หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และท้ายที่สุดคือการไปฉีดวัคซีนป้องกัน ไวรัสตับอักเสบ A และ B  เนื่องจากในปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ A และ B เป็นวัคซีนที่มีประสิทธิภาพดีมากและปลอดภัย

โดยนพ. ชัยอนันต์ ยุวพัฒนวงศ์

ย้อนกลับ
 
Link Web เชื่อมต่อสสจ.
 
 
ราคาน้ำมันวันนี้
 
 
สภาพอากาศวันนี้
 
 
 
 

ศูนย์ปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ โรงพยาบาลสิงห์บุรี

917/3 ถนนขุนสรรค์ ตำบลบางพุทรา อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี 16000 FAX. 036-522515 TEL. 036-522508-11   [ แผนที่รพ. ]
เว็บไซต์นี้เหมาะสำหรับ IE (หน้าจอ ขนาด 1024 x768)